ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานยอดผู้ป่วยหน้าใหม่ของไทยประจำวันที่ 15 ก.ค. จำนวน 9,186 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 98 ราย โดยถือเป็นนิวไฮอีกครั้งสำหรับตัวเลขผู้เสียชีวิตรายวัน ในจำนวนนี้มี 3 รายที่เสียชีวิตคาบ้าน และเพิ่งยืนยันพบเชื้อโควิดหลังหมดลมหายใจ

พล.อำเภอ ประยุทธ์ จันทร์โอชะ นายกรัฐมนตรี และก็ รัฐมนตรีว่าการกลาโหม ขอให้ประชากรเชื่อถือว่าวัคซีนที่รัฐบาลรีบจัดหาให้เป็นวัคซีนหลักและก็วัคซีนช่องทางรวม 3 ยี่ห้อ มีประสิทธิภาพสามารถลดอัตราการตายและก็อัตราการเกิดอาการรุนแรงของผู้ติดโรคโควิด-19 ได้ ตามการรับรองด้านการแพทย์และก็นักระบาดวิทยา
นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้ประกาศประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยข้อคิดเห็นของนายกรัฐมนตรี ต่อสื่อมวลชน โดยย้ำว่าวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า สิโนแวค และก็สิโนฟาร์ม ขึ้นทะเบียนกับองค์การอนามัยโลก (WHO) และก็หน่วยงานของกินและก็ยา (อย.) แล้ว
“วัคซีนที่ไทยนำเข้ามาใช้ทั้งยัง 3 ยี่ห้อมีการใช้กันอย่างมากมายทั่วโลก โดยแอสตร้าเซนเนก้ามีการใช้แล้วใน 118 ประเทศทั่วโลก ระหว่างที่สิโนแวคมีใช้ใน 37 ประเทศ และก็สิโนฟาร์มมีการใช้ 56 ประเทศทั่วโลก” ผู้ประกาศประจำสำนักนายกรัฐมนตรีขยายความจำนวน


ผู้ประกาศประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพราะว่า หน่วยงานพันธมิตรเพื่อวัคซีน (The Vaccine Alliance หรือ Gavi) มีแผนสำหรับการจัดส่งวัคซีนกว่า 110 ล้านโดส จากสิโนฟาร์ม 60 ล้านโดส และก็สิโนแวค 50 ล้านโดส ด้านในปีนี้ เพื่อสนับสนุนโครงงานโคแว็กซ์สำหรับการจ่ายแจกให้กับประเทศอดอยากทั่วโลก
นอกเหนือจากนั้นรัฐบาลไทยยังมีแผนสำหรับการนำเข้าวัคซีนต่างเทคโนโลยี เช่น วัคซีนไฟเซอร์ และก็โมเดอร์ที่นา ซึ่งเป็นเทคโนโลยี mRNA และก็วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Viral Vector Vaccine เพื่อความเชื่อมั่นว่าทุกคนที่อยู่เมืองไทยจะได้รับการฉีดยาที่มีประสิทธิภาพ ไม่เป็นอันตราย และก็สามารถลดภาวการณ์ไม่สบายรุนแรง


การออกมาให้ความเห็นของผู้นำรัฐบาลไทยผ่านกลุ่มผู้ประกาศเกิดขึ้นท่ามกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการนำเข้าวัคซีนสิโนแวคเพิ่ม 10.9 ล้านโดส ภายใต้งบประมาณ 6,100 ล้านบาท ตามความเห็นชอบ ครม. เมื่อ 6 ก.ค. หลังมีข้อมูลด้านการแพทย์ยืนยันว่าประสิทธิภาพสำหรับการคุ้มครองป้องกันการได้รับเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาค่อนข้างต่ำ ซึ่งตอนนี้ไวรัสกลายพันธุ์ชนิดนี้ได้ครอบครองพื้นที่การแพร่ระบาดในจ.กรุงเทพฯ ไปเป็นที่เป็นระเบียบแล้ว
จ.กรุงเทพฯ ยังเป็นพื้นที่ระบาดหนัก ด้วยยอดผู้ติดโรคหน้าใหม่สูงสุด 2,224 ราย และก็ผู้ตายสูงสุด 51 รายในรอบวัน
รมช.สธ. ชี้แอสตร้าฯ ส่งวัคซีนครบ 61 ล้านโดสด้านใน เดือนพฤษภาคม 65
วัคซีนสิโนแวคแปลงเป็นวัคซีนเบื้องต้นหลักของไทยที่กระจายฉีดให้ประชากร ด้วยยอดการนำเข้าและก็ฉีดไปแล้วอย่างน้อย 7.4 ล้านโดส เมื่อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในโรงงานไทย “ไม่มาตามนัด”
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยนายสาธิต ปิตุๆเตชะ รมช.สธ. ออกมาสารภาพว่า “มีข้อคลาดเคลื่อนเรื่องของจำนวนวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า” จากเดิมบริษัทแอสตร้าเซนเนก้ากำหนดส่งมอบวัคซีนให้ไทยปริมาณ 61 ล้านโดส ด้านในเดือน เดือนธันวาคม 2564 แต่มีการขอเลื่อนเวลาออกไป ซึ่งจำวันที่และก็เดือนไม่ชัดแจ้ง แต่คาดว่าเป็นเดือน เดือนพฤษภาคม 2565
ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ในรายการ “เจาะลึกทั่วไทย” ออกอากาศทางช่อง MCOT นายสาธิตพูดว่า ในสัญญาไม่มีเงื่อนเวลา มีเพียงแต่การเจาะจงปริมาณวัคซีนทั้งหมดไว้ ส่วนเรื่องเวลา เป็นการเสนอแผนเสวนากัน และก็ย้ำว่าสงครามวัคซีนเดี๋ยวนี้เป็นอำนาจของคนขาย โดยเหตุนั้นการกำหนดในสัญญาต่างๆจะไม่ค่อยมีการยืนยันเรื่องเวลา
ก่อนหน้านี้ประธาน สธ. เคยออกมาเปิดเผยว่า บริษัท ไทยไบโอไซเอนซ์ จำกัด (SBS) จะส่งมอบวัคซีนแอสตร้าฯ ให้ไทย 61 ล้านโดสในปีนี้ โดยทยอยออกมา 7 ล็อต อย่างเช่น ไม่.ย. 6 ล้านโดส, ก.ค. 10 ล้านโดส, สิงหาคม 10 ล้านโดส, ก.ย. 10 ล้านโดส, ต.ค. 10 ล้านโดส, เดือนพฤศจิกายน 10 ล้านโดส และก็ เดือนธันวาคม 5 ล้านโดส
เหตุการณ์ในรอบ 24 ชม. นิวไฮตาย 98 ราย
สำหรับเหตุการณ์การได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาสายจำพวกใหม่ในไทยในรอบ 24 ชม. จากการรายงานของ ศบค. มีข้อมูลสำคัญ ดังนี้
• คนไข้รายใหม่ 9,186 ราย เป็นการติดโรคในประเทศ 9,085 ราย, ติดโรคในเรือนจำ/ที่จำเป็นต้องขัง 79 ราย และก็ติดโรคจากต่างแดน 22 ราย ทำให้ยอดคนไข้สะสมตั้งแต่แมื่อปี 2563 อยู่ที่ 372,215 ราย หายแล้ว 266,127 ราย
• คนไข้สะสมสำหรับการระบาดระลอกใหม่ ตั้งแต่ 1 เม.ย. ปริมาณ 343,352 ราย หายแล้ว 238,701 ราย